มหัศจรรย์ดาวฤกษ์
คราวก่อนได้บอกความหมายของดาวฤกษ์ไปแล้ว ตกไปนิดหนึ่งก็คือ เวลาเราสังเกตดวงดาวบนท้องฟ้าตอนกลางคืน ดาวฤกษ์คือดาวที่กระพริบแสง ส่วนดาวเคราะห์คือดาวที่ไม่กระพริบแสง ดูง่ายๆแบบนี้ละกัน (แอ๋ม said: เค้ารู้กันทั้งเมืองแล้ว!!) จริงๆแล้วถ้าคืนไหนมีความชื้นในชั้นบรรยากาศมากๆ ดาวเคราะห์ก็อาจกระพริบแสงได้เหมือนกันครับ เพราะการกระพริบแสงมันเกี่ยวกับการหักเหของแสงในชั้นบรรยากาศโลก อืม… ดูเหมือนเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าเขียนอีกเรื่องเหมือนกัน… แต่ยังไม่ใช่วันนี้หรอก ดาวฤกษ์เป็นสิ่งหนึ่งในจักรวาลที่ผมทึ่งครับ มันเกิืดจากเนบิวลา หรือ Nebula (เป็นภาษาละติน แปลว่า เมฆ) ซึ่งหมายถึงกลุ่มแก๊สที่อยู่ในอวกาศ แบบนี้เป็นต้น (สวยดีๆ ^^) พอในเนบิวลาเกิดความมีบริเวณหนึ่งที่แ๊ก๊สหนาแน่นกว่าบริเวณอื่น ถึงแม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม บริเวณนั้นก็เกิดแรงโน้มถ่วง ดึงแก๊สบริเวณอื่นเข้ามาร่วมวงสนทนากันด้วย พอวงสนทนาเริ่มใหญ่ขึ้น ตรงกลางมันก็พองออกๆ พลังงานศักย์โน้มถ่วงที่เกิดจากแต่ละโมเลกุลของแก๊สก็มากขึ้นๆ จนเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน ฟังดูเหมือนง่าย แต่จริงๆแล้วใช้เวลานับสิบล้านปีเลยล่ะครับจนกระทั่งพองออกๆ ตรงกลางก็เป็นแกนใหญ่ขึ้นมา และพลังงานความร้อนที่มีก็มากพอ จนทำให้เกิดการเรืองแสง และ้เนบิวลารอบๆก็ได้รับอานุภาพความขาวไปด้วย ไอ้ตรงแกนกลางน่ะ เขาเรียกว่า โปรโตสตาร์ (Protostar) จากการที่น้องโปรโตสตาร์ของเรามีมวลมากขึ้น มีมวลก็มีแรงโน้มถ่วง จึงเกิดการยุบตัวลงเรื่อยๆ (เอ๊ะ ยุบตัวขึ้น หรือยุบตัวลง??) น้องโปรโตสตาร์เห็นท่าไม่ดี ถ้ายุบต่อไปเรื่อยๆมีหวังไม่ได้เกิดแน่ๆ จึงลองหมุนตัวเองเหมือนนักเล่นสเก็ตน้ำแข็ง (ตามกฎอนุรักษ์โมเมนตัมเชิงมุม) โอ้ [...]