ความสว่างปรากฏ และความสว่างสัมบูรณ์
ดวงดาวแต่ละดวงที่เราเห็นบนท้องฟ้านั้น บางดวงเราก็เห็นว่าสว่างมาก บางดวงก็สว่างน้อย นักดาราศาสตร์เขามีวิธีวัดความสว่างของดาวแต่ละดวงอยู่สองชนิดครับ คือความสว่างปรากฏ (appearent magnitude) และความสว่างสัมบูรณ์ (absolute magnitude) หรือถ้าจะเรียกชื่อให้ไทยๆหน่อย ความสว่าง (magnitude) ก็คือคำว่า โชติมาตร นั่นเองครับ เริ่มต้นจากนักดาราศาสตร์ชาวกรีกยุคดึกดำบรรพ์อย่างลุง ฮิพพาร์คัส (Hipparchus) ได้จัดฐานข้อมูลระบบแมกนิจูดขึ้นเป็นคนแรก โดยจัดอันดับความสว่างของดาวที่เขาเห็นเป็นแมกนิจูด โดยดาวที่สว่างที่สุด (ที่เขาเห็นนะ) ให้เป็นแมกนิจูดที่หนึ่ง รองลงมาเป็นแมกนิจูดที่สอง ไปเรื่อยๆ ถึงแม้เป็นระบบการวัดที่ไม่ละเอียดนัก แต่ก็ใช้อยู่นานถึงเกือบๆสองพันปี ต่อมานักดาราศาสตร์ชาวอังกฤษ ที่มีชื่อตามบัตรประชาชนว่า นอร์แมน พอกสัน ก็ได้คิดสมการที่เอาไว้ใช้คำนวณค่าแมกนิจูดต่างๆออกมา ทำให้การวัดค่าความสว่างของดวงดาวมีความละเอียดมากขึ้น แต่ก็ยังคงแนวคิดเดิมไว้ คือ แมกนิจูดน้อย จะสว่างมากกว่าดาวที่มีแมกนิจูดมาก สำหรับสมการในการคำนวณก็ไม่ยากเท่าไหร่ ใช้ลอการิทึมนิดหน่อย ดังนั้นจึงมีดาวที่มีอันดับความสว่างเป็นเลขลบ แต่สมการนั้นจะไม่ปรากฏบนบล็อกนี้ครับ เพราะมันวิชาการเกินไป น่าปวดหัว – -* ส่วนความสว่างสัมบูรณ์ หรือ absolute magnitude นั้นก็มีแนวคิดคล้ายๆกันครับ เพียงแต่ว่ากำหนดให้ดาวทุกดวงอยู่ห่างออกไป 10 พาร์เซกเท่ากัน (ประมาณ [...]