blog
December 08, 2008
ก่อนอื่น อยากให้กลับไปอ่านเรื่องที่ผมเคยเขียนไว้ เกี่ยวกับดาวฤกษ์ก่อนนะครับ กำเนิดดาวฤกษ์ อายุของดาวฤกษ์ ก็พอจะสรุปได้คร่าวๆว่า ดาวฤกษ์ทุกดวง มีมวลเริ่มต้น เป็นตัวกำหนดชะตาชีวิตของมันเอง (คงไม่ต้องอธิบายนะครับว่ามวลคืออะไร) เมื่อมีมวล ก็ต้องมีแรงโน้มถ่วง ที่จะดึงทุกอย่างเข้าจุดศูนย์กลาง แต่สิ่งที่ทำให้ดาวคงรูปอยู่ ดูเป็นก้อนๆอยู่ได้ ก็แสดงว่าต้องมีแรงอีกอย่าง ที่มาต้านแรงโน้มถ่วงที่กดลงไป ซึ่งแรงที่ว่านี้ก็คือ แรงที่เกิดจากปฏิกริยานิวเคลียร์จากใจกลางดวงดาว พอมันร้อนๆ มันก็ดันๆกันออกมาข้างนอก เหมือนน้ำเดือดนั่นแหละครับ แรงทั้งสองนี้ เป็นตัวรักษาสมดุลให้ดวงดาวคงรูปอยู่ได้ แต่เจ้าปฏิกริยานิวเคลียร์ฟิวชันทีเกิดขึ้นตรงกลางดวงดาวนั้น มันคือการหลอมละลายมวลส่วนหนึ่ง ให้กลายเป็นพลังงานนั่นเอง (ตามกฏ E=mc^2) ยิ่งผ่านไปนานๆ มวลของดาว ซึ่งเปรียบเสมือนกับเชื้อเพลิง ก็ยิ่งเหลือน้อยลงเรื่อง .. แล้วจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อเชื้อเพลิงนั้นหมดไป ดาวบีเทลจุส ในกลุ่มดาวนายพราน เป็นดาวดวงหนึ่งที่เชื้อเพลิงกำลังจะหมดลงไป (ภาพจาก apod.nasa.gov) ก็แน่นอนครับ ดาวดวงนั้นก็ต้องพบกับจุดจบไงล่ะ แต่จะจบแบบไหน จบอย่างไร นั่นคือสิ่งที่เราจะมาดูกันในวันนี้ครับ
December 06, 2007
คนเราทุกคนเกิดมา ทุกคนรู้ว่าสักวันหนึ่ง เราก็ต้องจากโลกนี้ไป ไม่สามารถมีชีวิตเป็นอมตะได้ แต่ไม่มีใครทราบหรอกครับว่า ตัวเองจะมีอายุยืนยาวซักกี่สิบปี หรือร้อยปี (แต่คงไม่ถึงพันปีแน่ๆ) สำหรับดาวฤกษ์ทุกดวงแล้ว มีเกิดก็ต้องมีดับเหมือนกัน แต่สิ่งที่ต่างออกไปจากคนเราก็คือ ดาวฤกษ์ทุกดวงถูกกำหนดไว้แล้วว่า ตัวเองจะพบกับจุดจบเมื่อไหร่ สำหรับสิ่งที่เป็นตัวลิขิตชะตาชีวิตของมัน ไม่ใช่พระเจ้าครับ แต่เป็น “มวล” ของมันนั่นเอง ดาวฤกษ์มวลน้อย จะมีอายุยืนยาวกว่าดาวฤกษ์มวลมากครับ เพราะว่าดาวมวลน้อยมีอัตราการผลิตพลังงาน (ก็คือสลายมวลเป็นพลังงานนั่นเอง) น้อยกว่าดาวฤกษ์มวลมาก ทุกอย่างจะดำเนินแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่สำหรับดาวฤกษ์มวลมากแล้ว ทุกอย่างจะดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ถึงแม้มีมวลมาก อัตราการเผาผลาญก็มากเช่นกัน ชีวิตของมันจึงไม่ค่อยยืนยาวนัก มวลของดาวฤกษ์ (เท่าของดวงอาทิตย์) อายุโดยประมาณ (ล้านปี) 0.1 3,200,000 0.5 56,000 1 10,000 2 1,800 5 180 10 32 30 2 50 0.6 100 0.1 ถ้าอยากจะคำนวณดูเล่นๆ มีเว็บให้คำนวณอยู่ครับ [...]
November 05, 2007
คราวก่อนได้บอกความหมายของดาวฤกษ์ไปแล้ว ตกไปนิดหนึ่งก็คือ เวลาเราสังเกตดวงดาวบนท้องฟ้าตอนกลางคืน ดาวฤกษ์คือดาวที่กระพริบแสง ส่วนดาวเคราะห์คือดาวที่ไม่กระพริบแสง ดูง่ายๆแบบนี้ละกัน (แอ๋ม said: เค้ารู้กันทั้งเมืองแล้ว!!) จริงๆแล้วถ้าคืนไหนมีความชื้นในชั้นบรรยากาศมากๆ ดาวเคราะห์ก็อาจกระพริบแสงได้เหมือนกันครับ เพราะการกระพริบแสงมันเกี่ยวกับการหักเหของแสงในชั้นบรรยากาศโลก อืม… ดูเหมือนเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าเขียนอีกเรื่องเหมือนกัน… แต่ยังไม่ใช่วันนี้หรอก ดาวฤกษ์เป็นสิ่งหนึ่งในจักรวาลที่ผมทึ่งครับ มันเกิืดจากเนบิวลา หรือ Nebula (เป็นภาษาละติน แปลว่า เมฆ) ซึ่งหมายถึงกลุ่มแก๊สที่อยู่ในอวกาศ แบบนี้เป็นต้น (สวยดีๆ ^^) พอในเนบิวลาเกิดความมีบริเวณหนึ่งที่แ๊ก๊สหนาแน่นกว่าบริเวณอื่น ถึงแม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม บริเวณนั้นก็เกิดแรงโน้มถ่วง ดึงแก๊สบริเวณอื่นเข้ามาร่วมวงสนทนากันด้วย พอวงสนทนาเริ่มใหญ่ขึ้น ตรงกลางมันก็พองออกๆ พลังงานศักย์โน้มถ่วงที่เกิดจากแต่ละโมเลกุลของแก๊สก็มากขึ้นๆ จนเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน ฟังดูเหมือนง่าย แต่จริงๆแล้วใช้เวลานับสิบล้านปีเลยล่ะครับจนกระทั่งพองออกๆ ตรงกลางก็เป็นแกนใหญ่ขึ้นมา และพลังงานความร้อนที่มีก็มากพอ จนทำให้เกิดการเรืองแสง และ้เนบิวลารอบๆก็ได้รับอานุภาพความขาวไปด้วย ไอ้ตรงแกนกลางน่ะ เขาเรียกว่า โปรโตสตาร์ (Protostar) จากการที่น้องโปรโตสตาร์ของเรามีมวลมากขึ้น มีมวลก็มีแรงโน้มถ่วง จึงเกิดการยุบตัวลงเรื่อยๆ (เอ๊ะ ยุบตัวขึ้น หรือยุบตัวลง??) น้องโปรโตสตาร์เห็นท่าไม่ดี ถ้ายุบต่อไปเรื่อยๆมีหวังไม่ได้เกิดแน่ๆ จึงลองหมุนตัวเองเหมือนนักเล่นสเก็ตน้ำแข็ง (ตามกฎอนุรักษ์โมเมนตัมเชิงมุม) โอ้ [...]
November 03, 2007
สำหรับดวงดาวที่เรามองเห็นในเวลากลางคืนนั้น เกือบทั้งหมดเป็นดาวฤกษ์ครับ ตามที่เรียนกันมาตั้งแต่เด็กๆ ถ้ามีคนถามว่า ดาวฤกษ์ หมายถึงอะไร เราก็คงตอบเหมือนๆกันทุกคนว่า ดาวฤกษ์ หมายถึง ดาวเคราะห์ที่มีแสงสว่างในตัวเอง ใช่มั้ยล่ะ ในหนังสือมันเขียนไว้แบบนี้นี่นา เอาล่ะ ถือว่าเป็นคำตอบที่ถูกละกัน แต่คงไม่ใช่ประเด็นสำคัญเพียงประเด็นเดียวที่จะตัดสิน ว่าดาวดวงไหนเป็นดาวฤกษ์ หรือดาวเคราะห์ สำหรับผม ดาวฤกษ์หมายถึงดาวที่สามารถผลิตพลังงานได้เอง มีลักษณะเป็นก้อนแก้สมวลมหาศาล การที่มันผลิตพลังงานได้เอง ทำให้เกิดแสงส่องสว่างขึ้นได้ ดาวฤกษ์ที่เราเห็นกันทุกวันก็ได้คือดวงอาทิตย์ของเรานั่นเอง ส่วนดาวเคราะห์นั้น สหพันธ์ดาราศาสตร์สากล ได้ให้คำนิยามของดาวเคราะห์ไว้ดังนี้ครับ (24 สิงหาคม 2549) ไม่ใช่ดาวฤกษ์ ไม่ใช่ดวงจันทร์บริวาร มีแรงดึงดูดมากพอที่จะทำให้โครงสร้างของดาวเป็นทรงกลม เป็นดาวที่โคจรรอบดาวฤกษ์ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางอย่างน้อย 500 ไมล์ ซึ่งตอนนี้ ดาวพลูโตที่เคยเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 9 ก็ไม่ได้เป็นดาวเคราะห์อีกแล้ว แต่กลายเป็น “ดาวเคราะห์แคระ” ไปซะงั้น น่าสงสารจัง เอาล่ะ ดูเหมือนจะเป็นวิชาการมากไปแล้ว เรามาดูเรื่องน่ารู้ของดาวฤกษ์และดาวเคราะห์กันบ้างดีกว่า ดาวฤกษ์เป็นก้อนแก๊สขนาดยักษ์ มวลทั้งหมดของมันอยู่ในสถานะแก๊สที่หนาแน่นยิ่งยวด หรือพลาสมา (แก๊สมีประจุ) แต่ยังไงก็ตาม แก๊สก็ยังเป็นแก๊ส หมายความว่า ถ้าเราไปถึงดาวฤกษ์ได้ [...]