Storck Visioner Comp G1

Published on

ปั่นจักรยานเสือบหมอบมาได้ประมาณ 2 ปี เพิ่งมีโอกาสได้เปลี่ยนจักรยานเสือหมอบ จากเฟรมอลูมิเนียมเป็นเฟรมคาร์บอนกับเขาบ้าง เฟรมที่เลือกเป็น Storck Visioner Comp G1 สีดำ มีโอกาสได้ถ่ายรูปเก็บไว้นิดหน่อยครับ

ผมปั่นจักรยานเพื่อออกกำลังกายและท่องเที่ยว เน้นปั่นขึ้นเขาเป็นหลัก โชคดีที่บ้านกับที่ทำงานอยู่ใกล้ดอยสุเทพ เลยได้ปั่นขึ้นดอยสุเทพเป็นเส้นทางประจำครับ

จักรยานที่ใช้ก่อนหน้านี้คือ Trek Emonda ALR 5 เป็นจักรยานที่ขี่ดีครับ น้ำหนักเฟรมค่อนข้างเบา ปั่นขึ้นเขาได้สนุกดี

Trek Emonda ALR ที่เคยใช้ก่อนหน้านี้

พอเริ่มปั่นได้เป็นประจำ และหาแนวทางของตัวเองเจอ เลยมีความคิดที่จะเปลี่ยนเฟรมเป็นเฟรมคาร์บอนครับ เนื่องจากชอบปั่นขึ้นดอย ผมจึงตั้งเป้ากับตัวเองไว้ว่า ถ้าปั่นขึ้นดอยเก็บ elevation gain (ความชันสะสม) ได้ครบ 100,000 เมตรเมื่อไหร่ถึงค่อยเปลี่ยน แต่เอาเข้าจริงก็เลยไปถึง 140,000 เมตรเพราะว่าเก็บเงินไม่ทันครับ 😅

ในระหว่างนั้นก็ดูข้อมูลเฟรมที่เล็งๆ ไว้หลายๆ รุ่น ตั้งงบไว้ที่ 40,000 ถึง 60,000 บาท แนวที่อยากได้เป็นเฟรมแนว “ไต่เขา” หรือ All Round เฟรมในฝันของผมคือ Canyon Ultimate CF SLX แต่พอรวมราคาเฟรม ค่าส่ง ภาษีนำเข้า มันเกินงบไปเยอะ ก็เลยตัดไป ส่วนรุ่นอื่นที่เล็งไว้ก็มี Lapierre Xelius SL, Nich Faith หรือแม้แต่ Trek Emonda SL ก็ดูไว้ด้วย

สุดท้ายเลือก Storck Visioner ซึ่งเทียบสเป็คกับรุ่นอื่นแล้วอาจจะดูด้อยกว่าด้วยน้ำหนักที่เยอะ และราคาค่อนข้างสูง แต่ได้อ่านเรื่องราวของลุง Marcus Storck (ผู้ก่อตั้งและเจ้าของ) และเรื่องราวของจักรยาน Storck เอง ก็รู้สึกชอบขึ้นมา ส่วนเรื่องประสิทธิภาพนั้น สำนักรีวิวหลายๆ เจ้าก็ให้คะแนนออกมาค่อนข้างดี ก็เลยเลือกตัวนี้ครับ (ถึงแม้จะเกินงบไปนิดหน่อยก็ตาม 😭)

Storck Visioner Comp G1

Storck Visioner เป็นจักรยานเสือหมอบในกลุ่ม All Round ในระดับเริ่มต้นของแบรนด์ Storck รุ่นปัจจุบันมีอยู่ 2 สีคือสีดำ กับสีขาวตัดกับชมพู-ม่วง ในชื่อ Storck Visioner Prana ซึ่งน่าจะเน้นตลาดนักปั่นหญิงมากกว่าครับ

อ่านรีวิวเชิงลึกได้จาก DuckingTiger รีวิว: Storck Visioner C G2

Components

อะไหล่อื่นก็ยกมาจากคันเดิมได้หมด ต้องเปลี่ยนแค่ stem ที่ต้องใช้สั้นลง จาก 110mm มาเป็น 90mm กับหลักอานที่ใช้คนละขนาดกับรถคันเดิม จาก 27.2mm เป็น 31.6mm

Storck Visioner Comp G1

เฟรมสีดำเงา ไซส์ 55 (ผมสูง 180cm) จริงๆ ชอบเฟรมสีดำด้านแบบของเดิม แต่ว่าได้สีเงามาก็สวยไปอีกแบบ เช็ดง่ายกว่าเฟรมสีด้านเยอะเลย นักปั่นสายเช็ดรถแบบผมนี่ชอบเลย

ตามสเป็ค เฟรมหนัก 1,250g ซึ่งหนักกว่าเฟรม Emonda ALR อยู่ประมาณ 200g ทำให้ประกอบรถออกมาแล้วหนักกว่าเดิมครับ

ขากระติกใช้ของ Nich เป็น gen 3 ที่เพิ่งออกวางขายไม่นาน

Storck Visioner Comp G1

ผ้าพันแฮนด์ใช้ของ Supacaz เพิ่งเคยใช้ยี่ห้อนี้ นุ่มหนึบติดมือดีเหมือนกัน แต่ตอนซื้อไม่คิดว่าดาวจะเยอะขนาดนี้นะ ทำให้รถสีดำดุๆ มุ้งมิ้งขึ้นมาได้

แฮนด์ใช้ของ Easton รุ่น EC90 SLX3 ของปีเก่า เป็นแฮนด์คาร์บอนแบบ compact ที่ระยะ reach สั้น 75mm

Storck Visioner Comp G1

ส่วน stem ใช้ของ Uno รุ่นเลข 7 ตัดสติ๊กเกอร์มาแปะทับไว้ เพราะสีสันลวดลายไม่ค่อยเข้ากับรถเท่าไหร่ (ลายสีเทา-แดง)

Storck Visioner Comp G1

เบรค EE น้ำหนักกับประสิทธิภาพก็ดีกว่าเบรค Sram Force เยอะแบบรู้สึกได้ ทำให้เบรคตอนลงเขามั่นใจขึ้นกว่าเดิม

Storck Visioner Comp G1

ชุดขับ Sram Force, โซ่ดำ KMC, บันได Shimano R550

Storck Visioner Comp G1

ล้อ Mavic Ksyrium Pro: ใครที่บอกว่าล้อ Mavic ไม่ค่อยลื่นนั้น ขอบอกว่า จริงครับ! แต่แลกกับความถึกทน ไม่ย้วยเวลากดขึ้นเขาหนักๆ ก็ยอมแลก ตัวนี้เป็นขอบด้านในกว้าง 17mm ครับ

ส่วนยางใช้ของ Pirelli Velo 4S ขนาดยาง 25mm เข้าโค้ง ลงเขาก็หนึบดีครับ แต่ยังไม่ได้ลองใช้ในฤดูฝน คงต้องดูกันยาวๆ

Storck Visioner Comp G1

สเป็ค

ฟีลลิ่งการปั่น

(เนื่องจากผมไม่เคยปั่นจักรยานคันอื่นนอกจากจักรยานตัวเอง ก็ขอเทียบกับ Trek Emonda ALR ที่เคยปั่น แล้วตัวผมเองก็ยังเป็นนักปั่นอ่อนหัด ไม่ต้องเชื่อผมเยอะครับ 😅)

สัมผัสแรกเลยคือรู้สึกว่าเฟรมมันซับแรงสะเทือนได้ดีกว่ามาก ความกระเทือนจากถนนลดลงไปเยอะเลย ทั้งช่วงหน้าและช่วงหลัง ภาษานักปั่นอาจเป็นคำว่า “นุ่ม” นุ่มแค่ไหนผมไม่รู้ รู้แต่ว่ามันนุ่มกว่าเดิม

ปั่นขึ้นเขา: เนื่องจากแรงผมไม่เยอะ ปั่นช้าอยู่แล้วจะไม่รู้สึกว่ามันต่างจากเดิมมาก แต่มันจะไปรู้สึกตอนอัดขึ้นเขาชันๆ ครับว่าเฟรมมันส่งแรงทันใจกว่าเฟรมเดิมอยู่บ้าง ที่ต้องใช้คำว่า บ้าง เพราะขาอ่อนอย่างผมยังรีดประสิทธิภาพของมันออกมาได้ไม่เต็มที่ ก็ไม่อยากมโนไปเอง

(แล้วก็ยังเหนื่อยเหมือนเดิมนะครับ ไม่ใช่ว่าได้เฟรมใหม่แล้วจะไม่เหนื่อย 😄)

สิ่งที่ชอบที่สุด คือการเข้าโค้งและลงเขา นิ่ง แน่น และหนึบกว่า Emonda มาก ทำให้รู้สึกปลอดภัย และมั่นใจเวลาลงเขามากกว่าเดิม ได้ยินคำร่ำลือมาก็มาก กับจุดเด่นด้านนี้ของจักรยาน Storck พอได้ปั่นเองก็ไม่ผิดหวังจริงๆ

โดยรวมแล้วก็ดีกว่า Emonda ALR คันเดิมแทบทุกด้าน ยกเว้นอยู่ข้อเดียวคือน้ำหนักครับ เป็นรถคาร์บอนที่พอประกอบเสร็จแล้วหนักกว่ารถอลูฯ คันเดิม คันนี้ตอนออกจากร้านชั่งได้ประมาณ 7.8kg ส่วนคันเดิมหนัก 7.56kg สำหรับผมก็ทำใจยอมแลกกับข้อดีข้ออื่นๆ ได้อยู่ครับ

Storck Visioner Comp G1

ขอจบการรีวิวแบบบ้านๆ ไว้เท่านี้

ขอให้มีความสุขกับการปั่นจักรยานครับ

Share

(Edit on GitHub)