หูฟัง Audio-Technica ATH-M50x

Published on

หลังจากใช้งาน Grado SR-80i มาได้ประมาณ 2 ปี ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนหูฟังอันใหม่ ที่เปลี่ยนก็เพราะว่าย้ายที่นั่งกันที่ออฟฟิศ มีเสียงในที่ทำงานเยอะขึ้น แล้ว SR-80i นั้นมีเสียงลอดค่อนข้างมาก (โดยเฉพาะลอดเข้ามาตอนฟังเพลง) อีกอย่างนึงคือผมยังมีอาการเจ็บหูใบอยู่บ้างตอนใช้ SR-80i ซึ่งเป็นแบบ on ear ทับบนใบหูเป็นเวลานานๆ จนคิดว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนใหม่แล้วล่ะ

ลักษณะการใช้งานของผมคือฟังเพลงเป็นหลัก ฟังเกือบทุกแนวยกเว้นเพลง hip hop, แนวตึ๊บๆ กับลูกทุ่งก็ไม่ได้ฟัง .. แล้วก็มีใช้ทำเพลงใน Garageband กับอัดเสียงกีต้าร์เล่นๆ ที่บ้านด้วยครับ

Audio-Technica M50x

หลังจากหาข้อมูลอยู่พักนึง ก็ได้หูฟัง Audio-Technica ATH-M50x เป็นหูฟังตัวล่าสุดที่ผมเลือกซื้อมาใช้ครับ ไม่เคยใช้ brand นี้มาก่อน แต่ดูจาก review ใน YouTube แล้วเสียงตอบรับค่อนข้างดี บางเจ้าถึงกับยกให้เป็นหูฟังที่ดีที่สุดในราคาไม่เกิน $200 (ประมาณ 7 พันบาท) กันเลยทีเดียว ผมเองก็ได้ไปลองฟังเสียงของ M50 (รุ่นก่อนหน้า) แล้วรู้สึกชอบด้วย ก็เลยเลือกตัวนี้ครับ

ATH M50x Headband

M50x ต่างจาก M50 ที่เห็นได้ชัดคือสายหูฟังให้มา 3 แบบ และถอดเปลี่ยนได้ นอกนั้นก็เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ

ATH M50x ถอดสายออก

ATH-M50x

หูฟังตัวนี้ซื้อมาจากร้าน Munkonggadget.com ส่งตรงมาถึงเชียงใหม่ครับ

คุณภาพวัสดุ

Audio-Technica เป็นบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น แต่ M50x นี้ผลิตที่ประเทศไต้หวันครับ งานประกอบดีมาก เนี้ยบดีตั้งแต่กล่องยันหูฟัง งานประกอบแน่นหนาดีมาก ไม่อยากจะอวยเลย แต่ชอบจริงๆ

closer look ATH-M50x

ฟองน้ำครอบหูบุหนังดูดีเลยทีเดียว

M50x พับเก็บได้

สายหูฟัง 3 แบบที่ให้มานั้นก็มี

ผมเก็บ coiled cable ไว้ใช้ที่บ้าน สายตรงยาว ไว้ใช้ประจำที่ออฟฟิศ ส่วนสายตรงสั้น เอาติดถุงไว้ เผื่อใช้กับโทรศัพท์หรือ laptop ครับ สายของ M50x มีตัวล็อกเฉพาะของ Audio-Technica เวลาใส่ต้องหมุนนิดนึงเพื่อให้เข้าล็อก ข้อดีของการหมุนล็อกนี้ก็คือไม่ต้องกลัวหลุดเวลาเสียบฟังอยู่ ส่วนข้อเสียก็คือจะใช้สายของยี่ห้ออื่นไม่ได้ครับ

ในกล่องมีตัวแปลงแจ็คจาก 3.5mm เป็น 6.3mm มาให้ด้วย ใช้ได้กับเฉพาะสายยาว 3 เมตร ส่วนสาย 1.2 เมตรนั้นใช้ไม่ได้ เพราะไม่มีเกลียวหมุน

ตัวล็อกสายหูฟังของ M50x

ความสบายตอนสวมใส่

เทียบกับ SR-80i แล้วถือว่า M50x หนักกว่าพอสมควร ใส่ตอนแรกๆ ก็รู้สึกว่ามันหนัก ตอนนี้ก็เริ่มชินแล้วครับ ฟองน้ำบุหนังนั้นก็ถือว่านุ่มเลยทีเดียว ครอบหูได้ทั้งใบ (ส่วนเรื่องเจ็บใบหูนั้นหายไปเลย เพราะไม่กดหูแล้ว) ด้วยความที่เป็นหูฟังแบบปิด จะมีความร้อนสะสมบ้างเมื่อใส่นานๆ แต่ก็แค่อุ่นๆ ครับ ไม่ถึงกับร้อน พักแป๊ปเดียวก็หาย

M50x ไม่ใช่หูฟังประเภทตัดเสียงรบกวน (noise cancelling) แต่ก็สามารถป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้ค่อนข้างเยอะ (noise isolation ดีมาก) ถ้าใส่หูฟังเฉยๆ ไม่เปิดเสียงอะไรเลย จะรู้สึกเหมือนหูอื้อ เพราะว่าไม่ค่อยได้ยินเสียงตัวเอง แต่พอเปิดเพลงแล้วก็แทบจะไม่ได้ยินเสียงรบกวนจากภายนอกเลย ปกติผมก็จะเปิดเพลงไว้ตลอดเวลา ถึงแม้ไม่ได้ฟังก็ตาม เพราะถึงเวลาอยากปิดสวิตช์ noise รอบตัว ก็แค่หยิบหูฟังมาใส่หูได้เลย

ด้านข้างของ ATH-M50x

เสียง

ตอนที่ซื้อ SR-80i ผม burn ก่อนใช้จริงนานมาก (500+ ชั่วโมง).. ส่วนตัวนี้ผมไม่ได้ burn ก่อนใช้งานเลย เพราะตอนออกจากล่องมา เสียงมันก็ค่อนข้างดีอยู่แล้ว .. (นี่เหมือนจะอวยอีกแล้วนะ) แกะกล่องออกมา เช็คของ แล้วก็ลองฟังเลย พบว่าเสียงมันไม่ต่างกับตัว M50 ที่ไปลองที่ร้านมาก ก็เลยไม่ burn ฟังมันทั้งยังงั้นแหละ

M50x เป็นหูฟังประเภท Studio Monitor ซึ่งหูฟังประเภทนี้มักใช้กันในห้องอัด หรือกับงานใน studio ที่ต้องการรายละเอียดของเสียง และความเที่ยงตรงเป็นหลัก ซึ่งผมชอบมากเพราะทำให้ได้ยินรายละเอียดของเครื่องดนตรีที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนในเพลงที่ฟังอยู่ทุกวัน หรือทำให้ได้ยินดนตรีในแบบที่ใกล้เคียงกับที่นักดนตรีทำมาจริงๆ มากขึ้นกว่าเดิม

แนวเสียงจะเป็นโทนกลางๆ ไม่เน้นไปทางทุ้มหรือแหลม แต่ให้รายละเอียดเสียงดนตรี รวมไปถึงตำแหน่งการวางเครื่องดนตรีในเพลงได้ชัดเจนมาก ทำได้ดีกว่า SR-80i อยู่เยอะพอสมควร ถ้าใครชอบเสียงแนว Grado อยู่แล้ว ก็น่าจะชอบ M50x เหมือนกันครับ แต่ถ้าชอบฟังเพลงเฉพาะบางแนวเป็นพิเศษ เน้นเบส หรือเน้นเสียงแหลมอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็ไม่แนะนำนะ

M50x

สรุป

ชอบ

meh:

M50x บนโต๊ะทำงาน

ปล.

Share

(Edit on GitHub)