หูฟัง Audio-Technica ATH-M50x

Published on

หลังจากใช้งาน Grado SR-80i มาได้ประมาณ 2 ปี ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนหูฟังอันใหม่ ที่เปลี่ยนก็เพราะว่าย้ายที่นั่งกันที่ออฟฟิศ มีเสียงในที่ทำงานเยอะขึ้น แล้ว SR-80i นั้นมีเสียงลอดค่อนข้างมาก (โดยเฉพาะลอดเข้ามาตอนฟังเพลง) อีกอย่างนึงคือผมยังมีอาการเจ็บหูใบอยู่บ้างตอนใช้ SR-80i ซึ่งเป็นแบบ on ear ทับบนใบหูเป็นเวลานานๆ จนคิดว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนใหม่แล้วล่ะ

Update: เนื่องจากรีวิวนี้ผมเขียนตั้งแต่ปี 2015 เลยอัพเดทเพิ่มรีวิวหลังจากใช้งานมาแล้ว 3 ปีกว่าๆ ดูได้ด้านล่างครับ - ตุลาคม 2018

ลักษณะการใช้งานของผมคือฟังเพลงเป็นหลัก ฟังเกือบทุกแนวยกเว้นเพลง hip hop, แนวตึ๊บๆ กับลูกทุ่งก็ไม่ได้ฟัง .. แล้วก็เคยใช้ทำเพลงใน Garageband กับอัดเสียงกีต้าร์เล่นๆ ที่บ้านด้วย ตอนนี้ไม่ได้ทำแล้วครับ

Audio-Technica M50x

หลังจากหาข้อมูลอยู่พักนึง ก็ได้หูฟัง Audio-Technica ATH-M50x เป็นหูฟังตัวล่าสุดที่ผมเลือกซื้อมาใช้ครับ ไม่เคยใช้ brand นี้มาก่อน แต่ดูจาก review ใน YouTube แล้วเสียงตอบรับค่อนข้างดี บางเจ้าถึงกับยกให้เป็นหูฟังที่ดีที่สุดในราคาไม่เกิน $200 (ประมาณ 7 พันบาท) กันเลยทีเดียว ผมเองก็ได้ไปลองฟังเสียงของ M50 (รุ่นก่อนหน้า) แล้วรู้สึกชอบด้วย ก็เลยเลือกตัวนี้ครับ

ATH M50x Headband

M50x ต่างจาก M50 ที่เห็นได้ชัดคือสายหูฟังให้มา 3 แบบ และถอดเปลี่ยนได้ นอกนั้นก็เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ

ATH M50x ถอดสายออก

ATH-M50x

หูฟังตัวนี้ซื้อมาจากร้าน Munkonggadget.com ส่งตรงมาถึงเชียงใหม่ครับ

คุณภาพวัสดุ

Audio-Technica เป็นบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น แต่ M50x นี้ผลิตที่ประเทศไต้หวันครับ งานประกอบดีมาก เนี้ยบดีตั้งแต่กล่องยันหูฟัง งานประกอบแน่นหนาดีมาก ไม่อยากจะอวยเลย แต่ชอบจริงๆ

closer look ATH-M50x

ฟองน้ำครอบหูบุหนังดูดีเลยทีเดียว

M50x พับเก็บได้

สายหูฟัง 3 แบบที่ให้มานั้นก็มี

ผมเก็บ coiled cable ไว้ใช้ที่บ้าน สายตรงยาว ไว้ใช้ประจำที่ออฟฟิศ ส่วนสายตรงสั้น เอาติดถุงไว้ เผื่อใช้กับโทรศัพท์หรือ laptop ครับ สายของ M50x มีตัวล็อกเฉพาะของ Audio-Technica เวลาใส่ต้องหมุนนิดนึงเพื่อให้เข้าล็อก ข้อดีของการหมุนล็อกนี้ก็คือไม่ต้องกลัวหลุดเวลาเสียบฟังอยู่ ส่วนข้อเสียก็คือจะใช้สายของยี่ห้ออื่นไม่ได้ครับ

ในกล่องมีตัวแปลงแจ็คจาก 3.5mm เป็น 6.3mm มาให้ด้วย ใช้ได้กับเฉพาะสายยาว 3 เมตร ส่วนสาย 1.2 เมตรนั้นใช้ไม่ได้ เพราะไม่มีเกลียวหมุน

ตัวล็อกสายหูฟังของ M50x

ความสบายตอนสวมใส่

เทียบกับ SR-80i แล้วถือว่า M50x หนักกว่าพอสมควร ใส่ตอนแรกๆ ก็รู้สึกว่ามันหนัก ตอนนี้ก็เริ่มชินแล้วครับ ฟองน้ำบุหนังนั้นก็ถือว่านุ่มเลยทีเดียว ครอบหูได้ทั้งใบ (ส่วนเรื่องเจ็บใบหูนั้นหายไปเลย เพราะไม่กดหูแล้ว) ด้วยความที่เป็นหูฟังแบบปิด จะมีความร้อนสะสมบ้างเมื่อใส่นานๆ แต่ก็แค่อุ่นๆ ครับ ไม่ถึงกับร้อน พักแป๊ปเดียวก็หาย

M50x ไม่ใช่หูฟังประเภทตัดเสียงรบกวน (noise cancelling) แต่ก็สามารถป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้ค่อนข้างเยอะ (noise isolation ดีมาก) ถ้าใส่หูฟังเฉยๆ ไม่เปิดเสียงอะไรเลย จะรู้สึกเหมือนหูอื้อ เพราะว่าไม่ค่อยได้ยินเสียงตัวเอง แต่พอเปิดเพลงแล้วก็แทบจะไม่ได้ยินเสียงรบกวนจากภายนอกเลย ปกติผมก็จะเปิดเพลงไว้ตลอดเวลา ถึงแม้ไม่ได้ฟังก็ตาม เพราะถึงเวลาอยากปิดสวิตช์ noise รอบตัว ก็แค่หยิบหูฟังมาใส่หูได้เลย

ด้านข้างของ ATH-M50x

เสียง

ตอนที่ซื้อ SR-80i ผม burn ก่อนใช้จริงนานมาก (500+ ชั่วโมง).. ส่วนตัวนี้ผมไม่ได้ burn ก่อนใช้งานเลย เพราะตอนออกจากล่องมา เสียงมันก็ค่อนข้างดีอยู่แล้ว .. (นี่เหมือนจะอวยอีกแล้วนะ) แกะกล่องออกมา เช็คของ แล้วก็ลองฟังเลย พบว่าเสียงมันไม่ต่างกับตัว M50 ที่ไปลองที่ร้านมาก ก็เลยไม่ burn ฟังมันทั้งยังงั้นแหละ

M50x เป็นหูฟังประเภท Studio Monitor ซึ่งหูฟังประเภทนี้มักใช้กันในห้องอัด หรือกับงานใน studio ที่ต้องการรายละเอียดของเสียง และความเที่ยงตรงเป็นหลัก ซึ่งผมชอบมากเพราะทำให้ได้ยินรายละเอียดของเครื่องดนตรีที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนในเพลงที่ฟังอยู่ทุกวัน หรือทำให้ได้ยินดนตรีในแบบที่ใกล้เคียงกับที่นักดนตรีทำมาจริงๆ มากขึ้นกว่าเดิม

แนวเสียงจะเป็นโทนกลางๆ ไม่เน้นไปทางทุ้มหรือแหลม แต่ให้รายละเอียดเสียงดนตรี รวมไปถึงตำแหน่งการวางเครื่องดนตรีในเพลงได้ชัดเจนมาก ทำได้ดีกว่า SR-80i อยู่เยอะพอสมควร ถ้าใครชอบเสียงแนว Grado อยู่แล้ว ก็น่าจะชอบ M50x เหมือนกันครับ แต่ถ้าชอบฟังเพลงเฉพาะบางแนวเป็นพิเศษ เน้นเบส หรือเน้นเสียงแหลมอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็ไม่แนะนำนะ

M50x

Update: หลังจากใช้งานมาแล้ว 3 ปี - หนังแตกลายงา

ผ่านไป 3 ปีกว่าๆ M50x ยังเป็นหูฟังเพียงตัวเดียวที่ผมใช้เป็นประจำเกือบทุกวัน เรื่องเสียงนั้นยังไว้ใจได้หายห่วงเหมือนเดิม ส่วนวัสดุที่เสื่อมสภาพคือฟองน้ำหุ้มหูฟังซ้าย-ขวา (earpads) กับส่วนที่คาดเหนือศีรษะซึ่งเป็นหนังหุ้มไว้ พอมันเริ่มเก่า หนังก็แตก และตกสะเก็ดหลุดออกมา ติดหูติดแก้มอยู่เรื่อยๆ ถึงแม้จะไม่มีผลกับเสียง แต่ก็กวนใจอยู่เป็นระยะ

ลองหาดูในเน็ต ก็คิดว่าเป็นกันทุกคนครับ ไม่ช้าก็เร็ว (รวมถึงรุ่นอื่นๆ อย่าง M40x, M30x และ M20x ด้วย)

pads

ด้านหลังก็ขาดเป็นรู

pads

ส่วนที่คาดหัวก็เริ่มแตก

pads

ซึ่งฟองน้ำครอบหูฟังของ M50x (และรุ่นอื่นในซีรี่ส์เดียวกัน) นั้นมันถอดเปลี่ยนได้

ผมสอบถามไปที่ร้านมั่นคงแกดเจ็ต พร้อมกับในเพจ Audio-Techica Thailand ได้คำตอบมาว่า เฉพาะตัว earpads นั้น ในบ้านเราไม่มีขายแยกครับ .. (ถามไปเมื่อกลางปี 2017 ไม่แน่ใจว่าตอนนี้จะมีหรือยังนะ)

ผมลองซื้อแบบถูกๆ จาก AliExpress ที่มีให้เลือกเยอะมาก มาลองเปลี่ยนดูอยู่ 2-3 คู่ เสียงแย่กว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ทั้งแบบที่เป็นผ้ากำมะหยี่ และแบบที่เป็นหนัง เสียงก็ดีไม่เท่าของเดิม

แค่ earpads ผิด หูฟังดีๆ ก็เน่าไปเลย

earpads ของ m50x ที่มีขายใน AliExpress

ใน Amazon มีฟองน้ำของแท้ขายแบบนี้: Audio-Technica HP-EP ผมดันโชคดีที่มีเพื่อนที่ทำงาน เป็นธุระหิ้วมาให้จากอเมริกาได้ (ก็เลยฝากหิ้วมาแล้วเปลี่ยนเอง ส่วนตรงที่คาดหัวก็ยังปล่อยมันแตกลายงาต่อไปอยู่ ยังไม่รู้จะซ่อมยังไง)

สำหรับใครที่เจอปัญหาแบบเดียวกัน ถ้ายังอยากได้เสียงแบบเดิมแต่หาฟองน้ำ HP-EP ของแท้ไม่ได้ แนะนำว่าทนใช้ฟองน้ำเดิมจนกว่ามันจะใช้ต่อไม่ได้ จนกว่าจะสลายเป็นผุยผง ไม่ต้องหาของก็อปมาเปลี่ยน ผมว่าไม่คุ้มครับ

แต่ถ้าใครที่หาฟองน้ำ HP-EP ของแท้ได้ แนะนำว่าให้ซื้อเก็บไว้เลยครับ แล้วมาชี้เป้าให้ผมด้วย ผมจะไปซื้อ!

(note: มีพี่คนนึงสังเกตว่า ฟองน้ำ HP-EP ที่มีขายนั้นเป็นคนละแบบกับที่ติดมากับ M50x แต่เป็นแบบของรุ่นต่ำว่าอย่าง M40x ลงไป ผมเองมองไม่เห็นความแตกต่างเนื่องจากของเดิมมันพังไปแล้ว แต่ก็ลองไปตามอ่านดูได้ครับ: What’s the Deal with Audio-Technica’s M-Series Ear Pads?)

หูฟัง m50x หลังจากใช้งานมาแล้ว 3 ปี

สรุป

ชอบ

meh:

M50x บนโต๊ะทำงาน

ปล.

Share

(Edit on GitHub)