จุดจบของดวงดาว

Published on

ก่อนอื่น อยากให้กลับไปอ่านเรื่องที่ผมเคยเขียนไว้ เกี่ยวกับดาวฤกษ์ก่อนนะครับ

ก็พอจะสรุปได้คร่าวๆว่า ดาวฤกษ์ทุกดวง มีมวลเริ่มต้น เป็นตัวกำหนดชะตาชีวิตของมันเอง (คงไม่ต้องอธิบายนะครับว่ามวลคืออะไร) เมื่อมีมวล ก็ต้องมีแรงโน้มถ่วง ที่จะดึงทุกอย่างเข้าจุดศูนย์กลาง แต่สิ่งที่ทำให้ดาวคงรูปอยู่ ดูเป็นก้อนๆอยู่ได้ ก็แสดงว่าต้องมีแรงอีกอย่าง ที่มาต้านแรงโน้มถ่วงที่กดลงไป ซึ่งแรงที่ว่านี้ก็คือ แรงที่เกิดจากปฏิกริยานิวเคลียร์จากใจกลางดวงดาว พอมันร้อนๆ มันก็ดันๆกันออกมาข้างนอก เหมือนน้ำเดือดนั่นแหละครับ แรงทั้งสองนี้ เป็นตัวรักษาสมดุลให้ดวงดาวคงรูปอยู่ได้

แต่เจ้าปฏิกริยานิวเคลียร์ฟิวชันทีเกิดขึ้นตรงกลางดวงดาวนั้น มันคือการหลอมละลายมวลส่วนหนึ่ง ให้กลายเป็นพลังงานนั่นเอง (ตามกฏ E=mc^2) ยิ่งผ่านไปนานๆ มวลของดาว ซึ่งเปรียบเสมือนกับเชื้อเพลิง ก็ยิ่งเหลือน้อยลงเรื่อง .. แล้วจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อเชื้อเพลิงนั้นหมดไป

ดาวบีเทลจุส ในกลุ่มดาวนายพราน เป็นดาวดวงหนึ่งที่เชื้อเพลิงกำลังจะหมดลงไป (ภาพจาก apod.nasa.gov)

ก็แน่นอนครับ ดาวดวงนั้นก็ต้องพบกับจุดจบไงล่ะ แต่จะจบแบบไหน จบอย่างไร นั่นคือสิ่งที่เราจะมาดูกันในวันนี้ครับ

ถ้าเราจะพิจารณาจุดจบของดวงดาว เราสามารถแบ่งดาวได้ 3 ประเภท ตามมวลของมันครับ ผมขอตั้งชื่อให้ทั้งสามว่า

(เขียนเยอะ.. เหนื่อยดีเหมือนกัน - -“) สรุปกันอีกทีครับ

มวล(เทียบกับมวลดวงอาทิตย์)

จุดจบ น้อยกว่า 2 เท่า

ดาวแคระขาวคาร์บอน

มากกว่า 2 เท่า แต่น้อยกว่า 8 เท่า

ดาวแคระขาวออกซิเจน

มากกว่า 8 เท่า แต่น้อยกว่า 18 เท่า

ซุเปอร์โนวา และ ดาวนิวตรอน

มากกว่า 18 เท่า

หลุมดำ

คิดว่าคงเป็นประโยชน์กับผู้ที่สนใจนะครับ

Share

(Edit on GitHub)