armno.in.th logo

จุดจบของดวงดาว

Armno's avatar
Published on December 8th, 2008
By Armno P.

ก่อนอื่น อยากให้กลับไปอ่านเรื่องที่ผมเคยเขียนไว้ เกี่ยวกับดาวฤกษ์ก่อนนะครับ

ก็พอจะสรุปได้คร่าวๆว่า ดาวฤกษ์ทุกดวง มีมวลเริ่มต้น เป็นตัวกำหนดชะตาชีวิตของมันเอง (คงไม่ต้องอธิบายนะครับว่ามวลคืออะไร) เมื่อมีมวล ก็ต้องมีแรงโน้มถ่วง ที่จะดึงทุกอย่างเข้าจุดศูนย์กลาง แต่สิ่งที่ทำให้ดาวคงรูปอยู่ ดูเป็นก้อนๆอยู่ได้ ก็แสดงว่าต้องมีแรงอีกอย่าง ที่มาต้านแรงโน้มถ่วงที่กดลงไป ซึ่งแรงที่ว่านี้ก็คือ แรงที่เกิดจากปฏิกริยานิวเคลียร์จากใจกลางดวงดาว พอมันร้อนๆ มันก็ดันๆกันออกมาข้างนอก เหมือนน้ำเดือดนั่นแหละครับ แรงทั้งสองนี้ เป็นตัวรักษาสมดุลให้ดวงดาวคงรูปอยู่ได้

แต่เจ้าปฏิกริยานิวเคลียร์ฟิวชันทีเกิดขึ้นตรงกลางดวงดาวนั้น มันคือการหลอมละลายมวลส่วนหนึ่ง ให้กลายเป็นพลังงานนั่นเอง (ตามกฏ E=mc^2) ยิ่งผ่านไปนานๆ มวลของดาว ซึ่งเปรียบเสมือนกับเชื้อเพลิง ก็ยิ่งเหลือน้อยลงเรื่อง .. แล้วจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อเชื้อเพลิงนั้นหมดไป

ดาวบีเทลจุส ในกลุ่มดาวนายพราน เป็นดาวดวงหนึ่งที่เชื้อเพลิงกำลังจะหมดลงไป (ภาพจาก apod.nasa.gov)

ก็แน่นอนครับ ดาวดวงนั้นก็ต้องพบกับจุดจบไงล่ะ แต่จะจบแบบไหน จบอย่างไร นั่นคือสิ่งที่เราจะมาดูกันในวันนี้ครับ

ถ้าเราจะพิจารณาจุดจบของดวงดาว เราสามารถแบ่งดาวได้ 3 ประเภท ตามมวลของมันครับ ผมขอตั้งชื่อให้ทั้งสามว่า

planetary nebula ภาพจาก Wikipedia

(เขียนเยอะ.. เหนื่อยดีเหมือนกัน - -”) สรุปกันอีกทีครับ

มวล(เทียบกับมวลดวงอาทิตย์)จุดจบ
น้อยกว่า 2 เท่าดาวแคระขาวคาร์บอน
มากกว่า 2 เท่า แต่น้อยกว่า 8 เท่าดาวแคระขาวออกซิเจน
มากกว่า 8 เท่า แต่น้อยกว่า 18 เท่าซุเปอร์โนวา และ ดาวนิวตรอน
มากกว่า 18 เท่าหลุมดำ

คิดว่าคงเป็นประโยชน์กับผู้ที่สนใจนะครับ

Tags:

Related posts